My blog

ทัพดาวทองทะลุตัดเชือก บันทึกค่ำคืนที่เสียงเชียร์ดังกว่าลมหายใจ

ทัพดาวทองทะลุตัดเชือก

ทัพดาวทองทะลุตัดเชือก คือประโยคที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีที่เสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ผมยืนอยู่หลังม้านั่งสำรอง เหงื่อยังไม่ทันแห้ง กลิ่นหญ้าเปียกยังคาอยู่ในรองเท้า เกมนี้ไม่ใช่แค่ชนะ แต่มันคือการเดินผ่านแรงกดดันที่ถาโถมตั้งแต่วินาทีแรก เวียดนาม U23 กับยูเออี U23 เปิดหน้าแลกกันเหมือนรู้ดีว่าตั๋วรอบรองไม่มีใครยอมปล่อยง่ายๆ ทุกการจ่าย ทุกการเข้าบอลมีราคา เสียงกลองจากอัฒจันทร์สั่นสะเทือนจนเหมือนหัวใจเต้นตามจังหวะนั้นเอง

ภาพรวมเกมที่มากกว่าสกอร์บนป้าย

ถ้าดูแค่ตัวเลข 3 2 อาจคิดว่าเป็นเกมเปิดแลกธรรมดา แต่ในสนามจริงมันคือการวัดความนิ่ง เวียดนามเริ่มต้นด้วยจังหวะต่อบอลสั้น สลับยาวตามช่องว่างที่ยูเออีเผลอเปิด ครึ่งแรกเกมไหลลื่นกว่าที่คาด นาทีที่สกอร์ขยับขึ้นนำ เสียงเฮดังจนผมต้องยกมือปิดหูชั่วคราว ก่อนจะโดนตีเสมอแบบทันควัน ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนโดนน้ำเย็นสาดใส่หน้า ทั้งสองทีมกลับเข้าห้องแต่งตัวด้วยสภาพสูสี ไม่มีใครได้เปรียบจริงๆ

ครึ่งหลังคือช่วงที่ความอึดเริ่มถูกทดสอบ เวียดนามขยับนำอีกครั้งจากลูกกลางอากาศที่อ่านทางขาด แต่ยูเออีไม่ถอย พวกเขาตอบโต้เร็วและตรงประเด็น จนสกอร์กลับมาเท่ากันอีกหน เกมยืดไปถึงต่อเวลา ทุกคนรอบตัวผมเริ่มพูดเบาลง เหมือนกลัวเสียงจะรบกวนสมาธินักเตะ นี่แหละคือช่วงที่หลายคนมองว่าเป็นเสน่ห์ของฟุตบอล และสำหรับบางคนก็เผลอเอาความตื่นเต้นแบบนี้ไปเทียบกับอารมณ์ลุ้นของกิจกรรมอื่นๆอย่าง แทงบอลสด ซึ่งผมย้ำเสมอว่าเกมในสนามให้คุณค่าและบทเรียนมากกว่าความเสี่ยงนอกสนามเสมอ โดยเฉพาะกับเยาวชน

ทัพดาวทองทะลุตัดเชือก กับจังหวะที่สนามเงียบงัน

นาทีที่ 101 ลูกยิงที่เปลี่ยนทางเล็กน้อยทำให้ผู้รักษาประตูยูเออีหมดสิทธิ์ ผมเห็นกองหน้าวิ่งไปสุดเส้นแล้วทรุดลงกับพื้น ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะมันคืออารมณ์ปลดปล่อย เสียงเฮที่ดังตามมาช้าไปเสี้ยววินาทีเหมือนทุกคนต้องเช็กก่อนว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริง ต่อจากนั้นคือช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดของค่ำคืน เวียดนามถอยต่ำ คุมพื้นที่ รักษาระยะห่าง ทุกการสกัดคือการซื้อเวลา ทุกการทุ่มคือการพักหายใจ นักเตะสำรองยืนลุ้นจนลืมนั่ง

ผมเห็นโค้ชตะโกนสั่งแบบไม่ใช้กระดาน ไม่มีแท็กติกซับซ้อน มีแค่คำสั้นๆให้ยืนตำแหน่งและเชื่อใจกัน เสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้นพร้อมภาพนักเตะหลายคนทรุดลงกับหญ้า บางคนหัวเราะ บางคนร้องไห้ ภาพแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และมันย้ำว่าฟุตบอลยังคงเป็นพื้นที่ที่สอนเรื่องความพยายามได้ดีที่สุด

เรื่องเล่าข้างสนามที่แฟนบอลไม่ค่อยเห็น

ระหว่างพักต่อเวลา ผมสังเกตเห็นนักเตะเวียดนามรุ่นน้องคอยหยิบขวดน้ำส่งให้รุ่นพี่แบบไม่ต้องสั่ง รายละเอียดเล็กๆพวกนี้คือเหตุผลว่าทำไมทีมนี้ถึงเหนียวแน่น แฟนบอลบางคนคุยกันถึงโปรแกรมถัดไป บางคนพูดถึงการเตรียมทีมที่ยาวนานก่อนทัวร์นาเมนต์ ผมได้ยินบทสนทนาที่เตือนกันว่าอย่าเผลอหลงไปกับสิ่งล่อใจนอกสนาม อย่างการคิดจะ สมัครแทงบอล เพราะชัยชนะของทีมชาติควรถูกเก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ช่องทางเสี่ยง โดยเฉพาะกับคนอายุน้อยที่ยังมีเส้นทางอีกไกล

ทัพดาวทองทะลุตัดเชือก และความหมายต่อฟุตบอลอาเซียน

การเข้ารอบรองครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือผลรวมของการวางรากฐาน ตั้งแต่ระบบเยาวชน การให้โอกาสนักเตะได้เจอเกมหนักๆเร็วขึ้น ไปจนถึงการสร้างวินัยในทีม เวียดนามแสดงให้เห็นว่าการอ่านเกมและความอดทนสามารถชนะพละกำลังได้ ในสนามผมเห็นเด็กๆที่มาดูเกมกับพ่อแม่ พวกเขาลุกขึ้นตบมือทุกครั้งที่ทีมตั้งรับสำเร็จ นั่นคือภาพอนาคตของฟุตบอลที่ผมอยากเห็น

แน่นอนว่าแฟนบอลย่อมมีอารมณ์ลุ้น มีการคาดเดาผลสกอร์ มีการพูดถึงสถิติ แต่ผมอยากให้ทุกคนแยกความสนุกในสนามออกจากกิจกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่น แทงบอลคู่คี่ ที่ไม่เหมาะกับเยาวชน ฟุตบอลควรเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องการแพ้ชนะอย่างมีศักดิ์ศรี และการควบคุมตัวเองมากกว่าอะไรทั้งหมด

ปิดท้ายจากคนยืนหน้างาน

เมื่อไฟสนามค่อยๆดับ ผู้เล่นทยอยเดินกลับ ผมยังยืนอยู่ที่เดิมอีกพักหนึ่ง เสียงเชียร์ค่อยๆจาง แต่ภาพเกมยังชัดในหัว ทัพดาวทองทะลุตัดเชือก ไม่ได้เป็นแค่พาดหัวข่าว แต่มันคือคืนที่พิสูจน์ว่าความเชื่อและการทำงานหนักยังคงมีที่ยืนในฟุตบอลยุคนี้ สำหรับคนดู นี่คือความทรงจำ สำหรับนักเตะ นี่คือก้าวสำคัญ และสำหรับผม มันคือเรื่องเล่าดีๆที่อยากส่งต่อให้คนอ่านได้สัมผัสอุณหภูมิของสนามเหมือนที่ผมยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ